ถ้าใครเพิ่งเริ่มสนใจการลงทุนหรือกำลังงงกับคำศัพท์ในตลาดหุ้น คำว่า “SET Index” กับ “หุ้นสามัญ” นี่แหละ ตัวท็อปของความงงเลย เพราะฟังดูคล้าย ๆ กัน แต่ความจริงแล้วต่างกันคนละจักรวาลเลยจ้าาาา
ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกันก่อนดีกว่า
- SET Index หรือที่บางคนเรียกติดปากว่า “ดัชนีหุ้นไทย” คือ ดัชนีที่ใช้วัดความเคลื่อนไหวโดยรวมของราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
- ส่วนหุ้นสามัญ ก็คือ หุ้นที่เราซื้อขายกันทั่วไปในตลาด เป็นเจ้าของบริษัทในสัดส่วนที่เราถือหุ้น
เห็นยัง? จุดเริ่มต้นก็ต่างกันละ SET Index วัด “ภาพรวมตลาด” ส่วนหุ้นสามัญเป็น “สินทรัพย์ที่เราถือได้”
SET Index คืออะไร? มันทำหน้าที่อะไรในตลาด?
SET Index มีไว้เพื่ออะไร? ง่าย ๆ เลยนะ มันเหมือน เทอร์โมมิเตอร์ วัดอุณหภูมิของตลาดหุ้นไทย ถ้า SET Index บวก = ตลาดขึ้น ส่วนใหญ่คนก็แฮปปี้กันทั้งเมือง
แต่ถ้า SET ลบ = ตลาดแดงเถือก นั่นหมายถึงว่าราคาหุ้นโดยรวมลดลง
หลัก ๆ แล้ว SET Index คำนวณมาจากราคาหุ้นสามัญของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาด SET โดยใช้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) เป็นฐานในการคำนวณ
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพนะ
สมมุติว่าหุ้น A, B, C, D อยู่ในตลาด SET ถ้าราคาของหุ้นเหล่านี้ขึ้นพร้อมกัน SET Index ก็ขึ้นไปด้วย
แต่ถ้าโดยรวมแล้วหุ้นใหญ่ตกเยอะ SET Index ก็ร่วงตาม
พูดง่าย ๆ คือ มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับหุ้นตัวเดียว แต่มัน “เฉลี่ย” ความเปลี่ยนแปลงของทั้งตลาด
หุ้นสามัญ คืออะไร? ทำไมทุกคนถึงอยากถือ?
หุ้นสามัญ หรือ Common Stock คือประเภทของหุ้นที่คนทั่วไปสามารถซื้อขายได้บนตลาดหลักทรัพย์
เมื่อเราถือหุ้นสามัญของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง เท่ากับว่าเราเป็น “เจ้าของร่วม” กับบริษัทนั้น ๆ ตามสัดส่วนที่เราถือหุ้น
ผลตอบแทนจากหุ้นสามัญได้มาจาก 2 ทาง
- กำไรจากราคาหุ้น (Capital Gain) – ซื้อถูก ขายแพง ได้กำไร
- เงินปันผล (Dividend) – ถ้าบริษัทมีกำไร และจ่ายปันผล เราก็ได้ส่วนแบ่ง
ถ้าเปรียบเทียบให้เข้าใจง่าย หุ้นสามัญคือ “บัตรสมาชิก” ของบริษัทนั้น ๆ ที่สามารถเปลี่ยนมูลค่าได้ และบางครั้งก็มีรางวัลให้ด้วย (ปันผล)
ต่างกันตรงไหน? เอาแบบเห็นภาพ
หัวข้อเปรียบเทียบ | SET Index | หุ้นสามัญ |
ความหมาย | ดัชนีวัดภาพรวมตลาดหุ้น | สิทธิความเป็นเจ้าของในบริษัท |
วัตถุประสงค์ | ใช้วัดความเคลื่อนไหวของตลาด | ลงทุนเพื่อรับผลตอบแทน |
การซื้อขาย | ซื้อขายไม่ได้โดยตรง | ซื้อขายในตลาดหุ้นได้ |
สิทธิ์ผู้ถือครอง | ไม่มี | ได้สิทธิ์โหวต รับปันผล |
ปรับเปลี่ยนมูลค่า | ขึ้นลงตามภาพรวม | ขึ้นลงตามผลประกอบการบริษัท |
ตัวอย่าง | SET Index = 1,400 จุด | หุ้น PTT, AOT, CPALL เป็นต้น |
แล้วดัชนีอย่าง SET50, SET100 ต่างจาก SET Index ยังไง?
หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า SET50 หรือ SET100 ใช่ไหม? อย่าเพิ่งงง เพราะมันก็คือลูกหลานของ SET Index นั่นแหละ
- SET50 = ดัชนีที่คัดเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ 50 ตัวแรกของตลาดมาคำนวณ
- SET100 = หุ้น 100 ตัวแรกตามขนาดมูลค่าตลาด
SET50 กับ SET100 ก็เหมือนการเลือก “ตัวแทน” หุ้นที่มีอิทธิพลในตลาดมาชี้วัดว่าเศรษฐกิจไทยตอนนี้อยู่ตรงไหน
แต่ SET Index คือดัชนีที่รวมทุกหุ้นสามัญในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเลย (ไม่นับ mai นะ)
แล้วเราควรลงทุนใน SET Index หรือ หุ้นสามัญ ดี?
คำถามนี้ดีมากกกก เพราะคนที่เริ่มลงทุนมักมีข้อสงสัยว่า
“ระหว่างลงทุนในหุ้นตัว ๆ กับลงทุนตามดัชนี อันไหนเวิร์กกว่ากัน?”
จริง ๆ แล้ว SET Index เองเป็นแค่ “ดัชนี” ที่ซื้อขายไม่ได้โดยตรง
แต่ถ้าเราอยากลงทุนให้ได้ผลตามดัชนี SET Index ก็มีทางเลือก เช่น…
- ลงทุนผ่าน กองทุนดัชนี (Index Fund) ที่อิงกับ SET Index หรือ SET50
- ลงทุนใน ETF (Exchange-Traded Fund) ที่สะท้อนดัชนี
ส่วนถ้าใครอยาก “เลือกหุ้นเอง” ศึกษางบการเงินเอง วางกลยุทธ์เอง ก็จัดไปที่ หุ้นสามัญ ได้เลย
จะลงทุนรายตัวก็สนุกไปอีกแบบ ได้ลุ้น ได้เรียนรู้ ได้ลองผิดลองถูก
สรุปแบบง่าย ๆ
- SET Index คือ ตัววัดภาพรวมตลาด ว่าขึ้นหรือลง อยู่ดีมั้ยในแต่ละวัน
- หุ้นสามัญคือ หุ้นที่เราซื้อได้จริง มีสิทธิ์เป็นเจ้าของ ได้ปันผล ขายทำกำไรได้
- SET Index บอกเราได้แค่ว่า “ตลาดโดยรวม” เป็นยังไง แต่หุ้นสามัญแต่ละตัวอาจจะสวนทางกับตลาดก็ได้
- ถ้าอยากกระจายความเสี่ยง ก็ลงทุนผ่านกองทุนที่อิง SET Index ได้
- ถ้าอยากได้ผลตอบแทนแบบเลือกเจาะจง ก็เลือกลงทุนในหุ้นสามัญรายตัวได้เลย
มือใหม่ควรเริ่มตรงไหนดี?
สำหรับเพื่อน ๆ มือใหม่ที่ยังไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน ลองตาม Step นี้ดู:
- เริ่มจากเรียนรู้ ว่าการลงทุนคืออะไร เข้าใจคำศัพท์เบื้องต้น
- เปิดบัญชีหุ้น กับโบรกเกอร์ที่ไว้ใจได้ เช่น SCB, Bualuang, Finnomena ฯลฯ
- ตั้งเป้าหมายการลงทุน เช่น เก็บเงินเกษียณ สร้างรายได้เสริม
- ลองลงทุนในกองทุนดัชนี ก่อน เพื่อเรียนรู้ภาพรวม
- ศึกษาหุ้นสามัญ ที่เราสนใจ แล้วค่อย ๆ ทยอยลงทุน
มือใหม่หลายคนมักกลัวคำว่า “หุ้น” เพราะภาพจำเดิม ๆ ที่ว่าเสี่ยง เจ๊ง ขาดทุน แต่จริง ๆ แล้ว ถ้าเราเรียนรู้ไปทีละนิด ค่อย ๆ ลงเงินแบบมีแผน เราจะเริ่มเข้าใจว่า “การลงทุนไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด” แถมยังเป็นเครื่องมือสร้างอนาคตที่โคตรมีพลังเลยด้วย! ลองเริ่มจากสิ่งง่าย ๆ อย่างการดูข่าวหุ้นรายวัน ฝึกอ่านงบการเงิน หรือแม้กระทั่งดูกราฟเล็ก ๆ ก็ช่วยฝึกตาให้คุ้นกับโลกของการลงทุนได้มากขึ้น
อีกอย่างที่สำคัญไม่แพ้ความรู้ก็คือ “วินัย” ในการลงทุน อย่าเอาอารมณ์นำ อย่าเทหมดหน้าตักเพราะแค่ใครมาบอกว่า “หุ้นนี้กำลังจะพุ่ง” การมีวินัยแบบ DCA (ทยอยซื้อทุกเดือน) หรือการวาง Stop Loss (จุดตัดขาดทุน) คือเครื่องมือที่ช่วยเราเอาตัวรอดจากตลาดที่ผันผวน และที่สำคัญคือ หมั่นรีวิวพอร์ตตัวเองเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าเรายังเดินอยู่ในทางที่ใช่สำหรับเป้าหมายของเรา
สำหรับใครที่มีเงินทุนสำรองแล้ว สนใจอยากมองหาแหล่งเสี่ยงโชคบ้าง ลองเล่นหวยออนไลน์แบบถูกกฎหมายได้ที่ Global Lotto มีให้เลือกทั้งหวยไทย ลาว ฮานอย จีน อเมริกา และหวยไว 1 นาที ลุ้นมันส์ทุกเวลา สมัครง่าย ฝาก-ถอนออโต้ แค่ใส่รหัสแนะนำ DW368 ก็ลุ้นรางวัลใหญ่ทุกสัปดาห์!